จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังรุนแรงต่อเนื่องจนตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันขณะนี้ทะลุแตะหลัก 2 หมื่นรายเข้าไปแล้ว ต่อเรื่องนี้ “เส้นทางนักขาย” ได้ทำการสำรวจบริษัทประกันฯในตลาดที่ขายผลิตภัณฑ์ประกันโควิด-19 เจอจ่ายจบแทบจะม้วนเสื่อหรือปิดฉากการขายลูกค้ารายใหม่กันไปแทบจะเกือบทุกรายแล้ว โดยยังดูลูกค้ารายเก่าที่ยังมีภาระผูกพันในเรื่องความคุ้มครองหรือกรมธรรม์ยังไม่หมดอายุกันอยู่ ขณะเดียวกันก็ยังมีหลายบริษัทไม่ถอดใจ ยุติบทบาทการขายประกันโควิด-19 ไปเสียทีเดียว แม้จะเลิกขายในเวอร์ชั่น“เจอจ่ายจบ”กันไปแล้ว

       ทั้งนี้บางรายก็ยังซุ่มคิดค้นหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันโควิด-19 ออกมาขายในรูปแบบให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลบวกกับเงินชดเชย หรือเสียชีวิตจากโคม่า-19 กัน เพียงแต่ขณะนี้แต่ละบริษัทกำลังคิดว่าจะใช้สูตรสำเร็จแบบไหนดีในการดีไซน์ออกผลิตภัณฑ์มาขายกัน ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีการอาทิเช่น บางบริษัทอาจจะยืนเบี้ยประกันเดิม แต่ปรับเงื่อนไขลดทุนประกันคุ้มครองลงให้สอดคล้องกับความเสี่ยง หรือใช้สูตรทั้งการปรับเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น และลดทุนประกันคุ้มครองลงมา

       หรือไม่ก็จะใช้วิธียืนทุนประกันเดิม แต่ชาร์ทเบี้ยประกันสูงขึ้น ซึ่งเบี้ยประกันที่จะปรับขึ้นนั้นจะสูงขึ้นเป็น 3-4 เท่าตัว โดยหากจะใช้วิธีการนี้ก็ต้องชั่งน้ำหนักดูว่า จะมีลูกค้าตัดสินใจซื้อเบี้ยประกันโควิดที่แพงขึ้นตัวนี้มากน้อยขนาดไหน ซึ่งวิธีการต่างๆ เหล่านี้คงขึ้นอยู่กับว่าแต่ละบริษัทจะเลือกใช้วิธีการไหนกัน โดยเชื่อว่า ขณะนี้แต่ละแห่งคงกำลังให้คณะกรรมการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ของแต่ละบริษัทพิจารณาดูกันอยู่ ก่อนที่จะตัดสินใจเสนอขออนุมัติแบบประกันไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) แล้วนำมาเปิดตัวขายต่อไป

       “สาเหตุที่ต้องมีการปัดฝุ่นและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ประกันโควิด-19 ที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเวอร์ชั่นนี้ใหม่ ก็เพราะเบี้ยประกันหรือทุนประกันความคุ้มครองที่ภาคธุรกิจประกันคิดไว้เดิมนั้น ติดเชื้อกันเพียงหลักร้อยหลักพันคนต่อวัน แต่ถึงขณะนี้ติดเชื้อรายวันสูงถึงหลัก2หมื่นคนต่อวันหรือร่วม 10-20เท่าตัว เลยจำเป็นต้องมาตั้งหลักกันใหม่ เพื่อรอดูสถานการณ์ให้นิ่ง และค่อยปัดฝุ่นผลิตภัณฑ์เดิมออกมาขายใหม่อีกรอบ ซึ่งก็มีนักวิเคราะห์เชื่อกันว่าจำนวนผู้ติดเชื้อพอแตะอยู่ที่หลัก 3 หมื่นคนต่อวัน น่าจะนิ่ง เพราะสถานการณ์การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนก็เริ่มจะคลี่คลายและดีขึ้น”แหล่งข่าวจากบริษัทประกันรายหนึ่งให้ความเห็น

       นางฐวิกาญจน์ เดชทวิทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการซึ่งดูแลสายงานประกันสุขภาพ บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ในช่วงดูสถานการณ์ ซึ่งบริษัทวิริยะฯก็มีแผนเตรียมจะออกผลิตภัณฑ์ประกันโควิด-19 ตัวใหม่ ซึ่งจะเน้นขายความคุ้มครองในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลเป็นหลัก โดยมีให้เงินชดเชยไม่มาก และให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตโคม่าอีกส่วนหนึ่ง ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างในขั้นตอนของคณะกรรมการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ของบริษัทพิจารณาดูกันอยู่เพื่อให้เกิดความเหมาะสม เพราะจะมีเรื่องของการพิจารณาเรื่องของความเสี่ยง ซึ่งต้องมีนักคณิตศาสตร์ประกันภัยเข้ามาคำนวณความเสี่ยงให้เหมาะสม รวมไปถึงการประเมินตัวเลขของการต้องตั้งเงินสำรองเพิ่มในอนาคตที่จะเกิดขึ้น หากมีตัวเลขการเคลมค่าสินไหมเพิ่มขึ้นจำนวนสูงมาก จึงจำเป็นต้องขอเวลาพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบก่อนจะนำผลิตภัณฑ์ออกมาขาย

       “ตอนแรกบริษัทตั้งใจว่าจะออกโปรดักส์มาขายในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา แต่พอมาเห็นตัวเลขเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ จึงได้ชะลอออกไปก่อน เพราะเราไม่อยากให้ออกมาแล้วก็มาปิดตัว เราอยากจะให้ออกผลิตภัณฑ์มาแล้วขายกันยาวๆ ส่วนเบี้ยประกันสำหรับผลิตภัณฑ์ประกันโควิด-19 ที่เราปรับปรุงเอามาขายใหม่ตัวนี้แน่นอน เบี้ยประกันคงจะขยับสูงขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งขณะนี้ยังระบุไม่ได้ คงจะต้องรอให้คณะกรรมการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์พิจารณาออกมาเสียก่อน”

        ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการซึ่งดูแลสายงานประกันสุขภาพ ยังเผยถึงจำนวนตัวเลขการเคลมประกันโควิด-19 เจอจ่ายจบว่า ขณะนี้มีลูกค้าเข้ามาเคลมสินไหมแล้วจำนวนเกือบ 2,000 ราย ซึ่งบริษัทยังมีภาระความคุ้มครองลูกค้าประกันรูปแบบนี้จำนวนมาก ซึ่งครบอายุสัญญาในปีหน้า โดยลูกค้าที่เข้ามาซื้อส่วนใหญ่จะเป็นการทุ่มซื้อในเดือนเม.ย.ปีนี้ที่มีการระบาดของเชื้อโควิดระลอกสาม

       ด้านนายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันทะลุแตะ 2 หมื่นคนต่อวัน หากประเมินต่อเดือนจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อ 6 แสนคนต่อเดือน หากตีสัก 10% ที่มีการซื้อประกันโควิดและติดเชื้อก็จะตกประมาณ 6หมื่นราย ค่าสินไหมก็จะตกเดือนหนึ่ง 4,000 กว่าล้านบาทแล้ว ค่อนข้างสูงมากทีเดียวและขณะนี้ตัวเลขก็ยังไม่นิ่ง ทำให้ออกผลิตภัณฑ์ประกันโควิด-19 มาขายได้ลำบาก ถึงแม้จะออกมาขาย เบี้ยประกันก็คงจะแพง ในส่วนของบมจ.กรุงเทพประกันภัยตอนนี้หยุดทำการขายไปก่อน ต้องรอให้สถานการณ์การระบาดนิ่งเสียก่อน จึงค่อยมาว่ากันใหม่