รายงานข่าว แจ้งว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมกาประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ได้ร่างประกาศแนวทางปฏิบัติ ในการให้รายงานข้อมูลการฉ้อฉลของบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย โดยเป็นไปตามที่ทั้งสองสมาคมประกันฯได้เสนอกำหนดหลักเกณฑ์มาว่า ลักษณะใดเข้าข่ายจะต้องรายงานต่อคปภ. ซึ่งส่วนใหญ่ 80% ของเนื้อหา ประกาศคปภ.ก็ได้เป็นไปตามที่สมาคมประกันฯได้เสนอไป

       โดยขณะนี้ก็อยู่ในกระบวนการของการทำประชาพิจารณ์ โดยได้ให้แต่ละบริษัทประกันทำการแสดงความคิดเห็นส่งกลับมา ซึ่งเข้าใจว่า ทางคปภ.ได้ขีดเส้นตายให้ต้องส่งภายในกลางเดือนนี้ เพื่อจะได้นำไปเสนอขออนุมัติต่อบอร์ดคปภ.ได้พิจารณาได้ทัน และประกาศออกมามีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีใหม่หรือวันที่ 1 ม.ค.2564 เป็นต้นไป โดยให้รายงานเป็นรายไตรมาสไป เริ่มตั้งแต่ 1ม.ค.-มี.ค.2564 ก็ให้สรุปข้อมูลและจัดส่งภายในวันที่ 3 เมษาฯ ส่วนไตรมาสที่สองระหว่างเม.ย.-มิ.ย.64 ก็ให้รายงานส่งคปภ.ภายในวันที่ 31 กรกฏาคม 2564 อย่างงี้ เป็นต้น

       อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมประกันฯคงจะมีคิวนัดหมายเข้าหารือร่วมกับคปภ.อีกครั้งหนึ่ง โดยจะมีการหยิบยกกรณีการตัดมือของลูกค้ารายหนึ่งในจังหวัดแถบภาคอีสาน ซึ่งซื้อประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล(พีเอ)ไว้ในเวลาไล่เลี่ยกันกว่า 10 บริษัทเมื่อต้นปีนี้ แล้วต่อมาได้เกิดเหตุและแจ้งเคลมกับบริษัทประกัน ซึ่งเคสนี้น่าจะเป็นกรณีศึกษา เพื่อให้คปภ.ได้ชี้ชัดว่า กรณีดังกล่าวเข้าข่ายสงสัยว่าฉ้อฉลได้หรือไม่ หากไม่ใช่ อย่างน้อยๆ ก็จะขอความร่วมมือจากคปภ.ได้ช่วยประสานขอข้อมูลกับโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ด้วยอีกทาง เพราะกรณีบริษัทประกันไปขอหน่วยงานหรือสถานพยาบาล แล้ว มักจะไม่ได้รับการตอบสนองที่ดี ไม่เหมือนกับหน่วยงานรัฐกับหน่วยงานรัฐขอข้อมูลด้วยกัน รวมไปถึงความเป็นไปได้ที่จะให้บริษัทประกันวินาศภัยได้มีการออกใบคำขอทุกครั้งที่ลูกค้าซื้อประกันด้วย เพราะทุกวันนี้พบว่า หลายบริษัทมักจะมีการออกใบคำขอให้ลูกค้ากรอกกัน จึงเป็นช่องโหว่หนึ่งให้ลูกค้าใช้เป็นช่องทางฉ้อฉลได้