บอร์ด‘บ.กลาง’มึน!
ผ่าทางตันช่วยสมาชิก-‘นพดล’ปัดต่ออายุ MD

        รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ย.63 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมคณะกรรมการ (บอรด์) บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือบริษัทประกันวินาศภัยที่เป็นสมาชิก ซึ่งประสบปัญหาได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้เบี้ยประกันใหม่และเบี้ยฯต่ออายุหดหายไป ซึ่งมีการเสนอแนวความคิด 2 แนวทางด้วยกันก็คือ แนวทางแรกเห็นควรให้ลดเงินสมทบที่เรียกเก็บจากบริษัทสมาชิกลงมาจากปัจจุบันที่เรียกเก็บในอัตรา 12.25% เหลือ 9% ซึ่งจุดนี้จะต้องส่งเรื่องเข้ากระทรวงการคลัง เพื่อออกกฤษฏีกาออกมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย แต่ก็มีผลในทางไม่สู้ดีนัก เพราะแนวทางนี้ หากมีการปรับลดลงมาโดยผ่านกฤษฏีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ครั้งหน้าหากจะมีการเสนอขอเพิ่มเงินสมทบเรียกเก็บจากบริษัทสมาชิก ก็ไม่สามารถดำเนินการได้

        ส่วนแนวทางที่สองที่มีการเสนอและพิจารณาก็คือ เห็นควรจะนำเงินกำไรสะสมของบริษัทกลางฯที่มีอยู่ประมาณ 7,000 ล้านบาท และบอร์ดเองก็เห็นว่า หากใช้แนวทางนี้ก็น่าจะกระทบ เพราะ 7,000 ล้านบาทสามารถรองรับได้ปีละ 700 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 10 ปี ก็เท่ากับ 7,000 ล้านบาท แต่ต้องอย่าลืมว่า ลอสเรโชที่บริษัทกลางฯจ่ายสินไหมอยู่เฉลี่ย 120% ของเบี้ยฯอยู่แล้ว หากบวกกับค่าใช้จ่ายอีก 10% ก็เท่ากับ 130% เข้าไปแล้ว ซึ่งเบี้ยพรบ.ฯที่บริษัทกลางรับอยู่ขณะนี้ปีละ 4,000 กว่าล้านบาท หากขาดทุนเห็นๆ 30% ก็เท่ากับ 1,200 ล้านบาท เมื่อรวมกับ 700 ล้านบาทที่เป็นกำไรสะสมบริษัทกลางฯเจียดมาอุดหนุน ก็เท่ากับ 1,900 ล้านบาท ซึ่งวิธีนี้กระทบแน่ๆ กระทั่งมีข้อเสนอในบอร์ดอีกวิธีก็คือ ให้คืนค่าการเก็บข้อมูลให้บริษัทสมาชิก ซึ่งปีหนึ่งจะตกเฉลี่ย 400 ล้านบาท ปรากฏว่า ผู้สอบบัญชีก็บอกไม่ได้ เพราะขาดทุนจะเอาเงินที่ไหนคืน และเกรงว่าจะถูกคปภ.เล่นงานเอาผิดได้อีก ซึ่งในที่สุดที่ประชุมบอร์ดบริษัทกลางฯไม่สามารถหาทางออกเพื่อช่วยเหลือบริษัทสมาชิกได้ จึงนัดกันหารือในการประชุมบอร์ดครั้งหน้าต่อไป

        ขณะเดียวกันก่อนปิดการประชุมได้มีมติต่ออายุให้นายนพดล สันติภากรณ์ กรรมการผู้จัดการบ.กลางฯ แต่ปรากฏว่านายนภดลได้ปฎิเสธต่ออายุ เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ ซึ่งท้ายสุดบอร์ดก็ให้นายนพดลกลับไปตัดสินใจอีกครั้งแล้วกลับมาแจ้งที่ประชุมบอร์ดนัดหน้า หากไม่รับตำแหน่งก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสรรหาขึ้นมา