แหล่งข่าวจากวงการประกันภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้มีทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์ขาดต่อทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกจำนวนมาก จนทำให้มีจำนวนรถที่ขาดต่ออายุประกันพ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถจำนวนเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์จากก่อนหน้าเกิดระบาดโควิด-19 มีจำนวน 15-16 ล้านคันที่อยู่นอกระบบ โดยไม่มีการต่อป้ายทะเบียน เพิ่มขึ้นมาเป็น 20 ล้านคัน หลังจากเกิดโควิด-19 ซึ่งเข้าใจว่า น่าจะมาจากการไม่เข้มงวดในเรื่องมาตรการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือบางครั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลคนในพื้นที่ก็อะลุ่มอะล่วย เห็นเป็นลูกหลาน พอตรวจไม่มีประกันก็ไม่สนใจ กลัวลูกหลานจะเสียค่าปรับ จนมีการปล่อยปละละเลย ทำให้ขาดการต่ออายุ กรมธรรม์พ.ร.บ.ฯกัน ทั้งที่กฎหมายระบุไว้ชัด หากพบว่า รถคันใดไม่มีประกันพรบ.ฯก็จะถูกปรับ 1 หมื่นบาท และหากมีการนำรถที่ไม่มีประกันพรบ.ฯไปใช้ขับขี่ ก็จะมีโทษปรับอีก 1 หมื่นบาท รวม 2 หมื่นบาท ซึ่งจะเห็นว่าค่าปรับค่อนข้างสูง แต่ก็ยังไม่มีใครกลัว เพราะรัฐขาดการเอาจริงเอาจังในการบังคับใช้กฎหมายนั่นเอง

       ทั้งนี้จึงน่าเป็นห่วงและน่ากังวลใจอย่างยิ่ง หากวันใดเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ขึ้นมา และเกิดมีคนบาดเจ็บและสูญเสียชีวิต ก็จะไม่มีหลักประกันให้ความคุ้มครองชีวิต หรือพูดง่ายๆ ก็คือตายฟรี ขณะที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบการธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เองก็ลำบากใจ เพราะการเดินหน้าจัดตั้งพูลกลางเก็บข้อมูลหรือ DATA ร่วมกับภาคเอกชน บ.ประกันภัยไม่มีความคืบหน้าและประสบความสำเร็จเสียที จึงทำให้ไม่สามารถจะนำข้อมูลรถที่มีการทำประกันพรบ.ฯอย่างแม่นยำมาใช้ในการบริหารจัดการได้สำเร็จเสียที ประกอบกับในทางปฏิบัติหลายหน่วยงานก็ต่างคนต่างใช้กฎหมายเฉพาะของตัวเอง โดยไม่ได้มีการบูรณาการทำงานร่วมกัน