เป็นที่ทราบกันในกลุ่มผู้ใช้รถอยู่แล้วว่า หากมีรถหรือต้องใช้รถ “รถนั้นต้องมีประกันภัย พ.ร.บ.” เพราะว่ากฎหมายบังคับให้เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถทุกคันต้องทำประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อเป็นหลักประกันหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ผู้ประสบภัยจากรถทุกคนจะต้องได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างทันที

       ประกันภัย พ.ร.บ. เพิ่มความคุ้มครองอุบัติเหตุจากรถ ตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 ผู้ประสบภัยจากรถจะได้รับการคุ้มครองสูงสุดกรณีเสียชีวิต 500,000 บาท กรณีบาดเจ็บเป็นค่ารักษาพยาบาลสูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท (ยกเว้นผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด จะได้รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 35,000 บาท กรณีบาดเจ็บ ค่ารักษาพยาบาลสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท)

       กรณีมีผู้เสียชีวิต “พ.ร.บ.” จะชดใช้ให้กับทายาทโดยธรรม โดยบริษัทประกันภัยจะทำการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับ “ทายาทโดยธรรม” ดังนี้

ผู้เสียชีวิตเป็น “สามีหรือภรรยา” (จดทะเบียนสมรส)
        จะจ่ายให้กับ “บุตร”, “คู่สมรส” และหรือ “บิดามารดา” ที่ยังมีชีวิตอยู่

ผู้เสียชีวิตเป็น “สามีหรือภรรยา” (ไม่จดทะเบียนสมรส)
        ถ้าเป็นฝ่ายชาย เสียชีวิต จะจ่ายให้กับ“บิดามารดา”ที่มีชีวิตอยู่ และ “บุตร” ที่ชอบด้วยกฎหมายตามคำสั่งของศาล
        ถ้าเป็นฝ่ายหญิง เสียชีวิต จะจ่ายให้กับ “บุตร” และ “บิดามารดา” ที่ยังมีชีวิตอยู่

ผู้เสียชีวิตเป็น“บุตร” (บิดามารดาจดทะเบียนสมรส)
         จะจ่ายให้กับ “บิดาและมารดา”ของบุตรที่เสียชีวิต

ผู้เสียชีวิตเป็น“บุตร” (บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส)
        จะจ่ายให้กับ“มารดาของบุตร”เท่านั้น (แต่หากบิดาเป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายตามคำสั่งของศาลจึงมีสิทธิจะได้รับค่าสินไหมทดแทนด้วย)

       ***การจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับทายาทโดยธรรม บริษัทประกันภัยจะจ่ายให้กับผู้มีสิทธิตามลำดับและหากมีทายาทผู้ที่มีสิทธิในลำดับเดียวกันหลายราย ทายาทโดยธรรมในลำดับเดียวกันนั้นมีสิทธิที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนในจำนวนตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด***

       ดังนั้นเมื่อจะต้องมีการนำรถมาใช้ ผู้ขับขี่จะต้องมีการตรวจดูกรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ.ของรถที่จะนำมาใช้ว่ายังมีความความคุ้มครองหรือไม่ เพื่อให้ตัวของผู้ขับขี่ ผู้โดยสารหรือคนเดินถนนมีหลักประกันตามกฎหมาย เพื่อให้ทุกคนที่ประสบอุบัติเหตุทางถนนได้รับการคุ้มครอง

       “เกิดอุบัติเหตุจากรถ ผู้ประสบภัยต้องแจ้งเหตุทันที ได้ที่บริษัทกลางฯ โทร 1791 ตลอด 24 ชั่วโมง”