วิริยะประกันภัยหวังมอเตอร์เอ็กซ์โปดันเบี้ยทั้งปีโต 4% แจงค่าความคุ้มครองแบบใหม่และค่าขาดประโยชน์ดันสินไหมพุ่ง จ่อทบทวนปรับค่าเบี้ยลูกค้ากลุ่มเสี่ยงปีหน้า

       นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย เปิดเผยว่า โค้งสุดท้ายตลาดประกันภัยรถยนต์ในปี 2562 บริษัทคาดว่าจะสามารถเติบโตที่ระดับ4%โดยมีเบี้ยประกันรับตรงกว่า 3หมื่นล้านบาทซึ่งเป็นการเติบโตลดลงจากเป้าทั้งปีที่กำหนดไว้ 5% ขณะที่จากเดือนกันยายนมีเบี้ยประกันรับตรงเข้ามาแล้ว 2.9หมื่นล้านบาทเศษเพิ่มขึ้น3.43%จากปีก่อนแบ่งเป็นเบี้ยประกันรับตรงรถยนต์25,950.90บาทและจากนันมอเตอร์ 3,139บาทขณะที่แนวโน้มการทำกำไรทั้งนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ2,000ล้านบาทจากที่ผ่านมา9เดือนมีกำไรกว่า1,000ล้านบาทโดยรวมทั้งปีนี้ความสามารถในการทำกำไรลดลงจากปีก่อนอยู่ที่2,500ล้านบาท

       สำหรับอัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ของผู้เอาประกันภัยมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นคาดว่าน่าจะอยู่ที่ 62% โดยที่ผ่านมา9เดือนอยู่ที่62.74%เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่61.65% ซึ่งเกิดจาก 2ส่วนคือเมื่อต้นปีเจอค่าขาดประโยชน์ จาก พระราชบัญญัติ(พรบ)คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถซึ่งปรับเพิ่มค่าสินไหมทดแทนเป็น 3แสนบาท กรณีเสียชีวิต และสำนักงาน คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ซึ่งกำหนดให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนแบบใหม่ คือ ชดใช้ค่าความคุ้มครองตามตารางประกาศ คาดว่าน่าจะจ่ายค่าความคุ้มครองแบบสมัครใจเพิ่มประมาณ 7แสนบาท(การหารือกับคปภ.ที่ผ่านมาระบุความคุ้มครองที่ 5แสนบาท 7แสนบาทและหรือ1ล้านบาท)

       "ปีนี้ตลาดค่อนข้างฝืดแต่เดือนธันวาคมที่จะมีงานมอเตอร์เอ็กซ์โปจะเป็นตัวแปรและยังมี2ประเด็นทำให้Loss Ratioเพิ่มขึ้นทั้งปัญหาขาดประโยชน์และการชดใช้ค่าความคุ้มครองเพิ่ม ทั้งนี้ หากทุกกรมธรรม์ต้องจ่ายสินไหมเพิ่มทางบริษัทจำเป็นต้องปรับค่าเบี้ยเพิ่มเฉลี่ย 2% สำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงในปีหน้าซึ่งถ้าปรับค่าเบี้ยจริงลูกค้าผู้ซื้อประกันก็เดือดร้อน"

       อย่างไรก็ตามปีหน้าคาดว่าเบี้ยประกันรับจะเติบโต 5%นอกจากนโยบายเพิ่มจุดเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ให้ครอบคลุมเพื่อยกระดับงานเคลมให้สามารถถึงที่เกิดเหตุภายใน20นาทีจากเดิมไม่เกิน30นาที ทั้งนี้เพื่อตอบสนองลูกค้าได้ทันท่วงทีที่มีการแจ้งเหตุซึ่งเป็นการรักษาความพึงพอใจฐานลูกค้าเก่าที่จะเพิ่มสัดส่วนเบี้ยต่ออายุให้อยู่ที่ 75%จากสิ้นปีน่าจะอยู่ที่72% นอกจากนี้พยายามส่งเสริมการลดอุบัติเหตุเพื่อลดอัตราการเคลมค่าสินไหมทดแทนควบคู่กันด้วย