สมาคมประกันวินาศภัยไทย ผนึก สมาคมประกันวินาศภัยแห่งประเทศญี่ปุ่น ประกาศร่วมมือเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมธุรกิจประกันวินาศภัย เร่งแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ช่วยลดเคลม-วิเคราะห์ความเสี่ยง เผย ตัวเลขเบี้ยประกันญี่ปุ่นสูง 12.5 เท่าของไทย หรือ 3.2 ล้านล้านบาท

       นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า สมาคม TGIA ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ สมาคมประกันวินาศภัยแห่งประเทศญี่ปุ่น (The General Insurance Association of Japan: GIAJ)ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ความเชี่ยวชาญระหว่างกัน เพื่อยกระดับและเสริมความแข็งแกร่งในการทำงานของทั้งสองสมาคมให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น และร่วมกันส่งเสริมพัฒนาตลาดการประกันวินาศภัย พัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศร่วมกัน


       ทั้งนี้ในเฟสแรก สมาคมฯจะนำความรู้ทางด้านเทคโนโลยีที่ญี่ปุ่นมีความชำนาญมาปรับใช้ เช่น ระบบเทเลเมติกส์ การดูพฤติกรรมผู้ขับขี่ เพื่อให้การจ่ายเบี้ยเป็นธรรม ซึ่งจะเห็นว่าญี่ปุ่นสามารถลดอุบัติเหตุจาก 1.7 หมื่นคน เหลือเพียง 3,000 คน ช่วยลดอัตราการเคลมได้ โดยปี 2568 ตั้งเป้าลดเหลือ 2,000 คน และลดการเสียชีวิตจาก 60 คนต่อวัน เหลือเพียง 9.5 คนต่อวัน หรือการนำต้นแบบการใช้ดาวเทียมมาใช้วิเคราะห์และบริหารจัดการประกันพืชผลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และจะมีการพูดคุยถึงการนำมาตรการลดการฉ้อฉลในประเทศญี่ปุ่นมาเป็นต้นแบบด้วย เนื่องจากญี่ปุ่นก็เจอปัญหาการฉ้อฉลเช่นเดียวกัน เช่น การโทรหลอกลวง ซึ่งญี่ปุ่นจัดตั้ง Hotline และร่วมมือกับตำรวจท้องถิ่น ติดตามพฤติกรรมการหลอกลวง พบว่า การทุจริตเริ่มน้อยลง จากเดิมที่มีความเสียหายจากการทุจริตค่อนข้างสูง

       ทั้งนี้ จากข้อมูลจำนวนเบี้ยประกันภัยรวมของธุรกิจประกันวินาศภัยของทั้ง 2 ประเทศ พบว่า ปี 2561 ตลาดประกันวินาศภัยของญี่ปุ่นมีเบี้ยประกันภัยรวม 106 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท ขณะที่ตลาดประกันวินาศภัยของไทยมีเบี้ยประกันภัยรวมเพียง 8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นประมาณ 2.5 แสนล้านบาท ต่างกันถึง 12.5 เท่า ดังนั้นในฐานะที่ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในตลาดประกันวินาศภัยขนาดใหญ่และชั้นนำของโลก มีความรู้ด้านการประกันภัยในหลากหลายประเภทผลิตภัณฑ์ การบริการลูกค้าโดดเด่นด้วยการนำนวัตกรรมมาใช้ การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่อุตสาหกรรมประกันภัยไทยจะได้เรียนรู้ และได้รับประสบการณ์จากตลาดประกันภัยญี่ปุ่น มาพัฒนาความก้าวหน้าในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารตลาดประกันภัยของทั้งสองประเทศ
 


       “การลงนามในบันทึกความเข้าใจครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของทั้งสองสมาคมและถือเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในการประสานความร่วมมือ เพื่อพัฒนาการทำงานของทั้งสองสมาคมให้มีความเข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจประกันวินาศภัยให้มีความแข็งแกร่ง ภายใต้กระแสของความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ความเชี่ยวชาญ รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ของแต่ประเทศมาใช้ในการพัฒนาการทำงาน เพื่อรองรับการให้บริการแก่บริษัทสมาชิก