ทิพยประกันภัยแย้มแผนครึ่งหลัง ซุ่มคลอดประกันรถใหม่เอี่ยมเสริมทัพ เจาะสูงวัย 50 อัพ มีกำลังซื้อสูง พร้อมปรับประกัน” Shock Price “ ขยายรุ่นรถ ส่วนโปรดักส์ทีเด็ด” Tip Lady” ย้ำฟีเจอร์ความคุ้มครองยังโดนใจ ลุยปรับสื่อการตลาด เพิ่มการสื่อสารตรงกับลูกค้า ดึงตัดสินใจซื้อทันที

      ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์รูปแบบใหม่ที่จะนำออกมาในช่วงครึ่งปีหลังว่า จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยพิเศษเฉพาะกลุ่มออกมามากขึ้น โดยจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาเพิ่มอีก 1 ประเภท ชื่อว่า “แกรนด์ เอจ” ( Grand Age) สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปซึ่งได้พัฒนาเสร็จแล้วและอยู่ในช่วงทดลองขายเป็นการภายในอยู่ โดยในช่วงทดลองตลาดพบว่า ฟีเจอร์ความคุ้มครองบางอย่างในกรมธรรม์ยังไม่โดนใจมากนัก อาจจะต้องมีการปรับปรุงก่อนจะนำออกทำตลาดจริง ซึ่งจากการสำรวจพฤติกรรมในการทำประกันภัยของลูกค้ากลุ่มนี้พบว่า เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ต้องการความสะดวกสบาย ไม่ต้องการความยุ่งยากหรือตอบคำถามต่างๆ มากมาย
      นอกจากนี้ จะมีการปรับปรุงประกันภัยรถยนต์ของเดิมที่จำหน่ายอยู่ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น อาทิ ประกันรถยนต์ “ Shock Price” จะขยายให้ครอบคลุมรุ่นรถและยี่ห้อมากขึ้นและปรับบริการให้ดียิ่งขึ้น
      ส่วนผลิตภัณฑ์เด่น “ Tip Lady” ดร.สมพรกล่าวว่า บริษัทฯยังไม่มีการปรับปรุงฟีเจอร์ความคุ้มครองเนื่องจากยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอยู่ ในขณะที่อัตราสินไหมทดแทน( Loss Ratio) อยู่ที่ 62% เท่านั้น ดีกว่ากรมธรรม์รถยนต์ทั่วไปของบริษัทฯซึ่งปัจจุบันมี Loss Ratio อยู่ที่ 64 % ปลายๆ เท่านั้น แต่จะมีการปรับปรุงช่องทางในการสื่อสาร สื่อการตลาดเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจโปรดักส์มากขึ้นและตัดสินใจซื้อได้ดีขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายให้เติบโตได้เร็วขึ้น เพราะแม้ว่าปัจจุบันยอดขาย“ Tip Lady” จะเติบโตเท่าตัวก็จริง แต่มาจากฐานที่เล็ก จำนวนลูกค้ายังไม่ถึงหลัก 100,000 คน
      “Tip Lady เราทำตลาดมา 2 ปีแล้ว ยอดขายไม่ได้หวือหวายังเป็นหลัก 100 ล้านบาทหรือประมาณ 3% ของเบี้ยประกันภัยรถยนต์ทั้งหมดเกือบ 3,000 ล้านบาท เพราะสินค้าตัวนี้ เราขายตรงอย่างเดียวผ่านสาขา ผ่านดิจิทัลและสาขาแบงก์ออมสินซึ่งเป็นช่องทางใหม่ที่เพิ่งขยายเพิ่มเติมแต่ก็ถือเป็นการขายกึ่งๆการขายตรงอยู่ ไม่ได้ขายผ่านตัวแทน นายหน้า ทำให้ยอดขายยังไม่เยอะมาก ซึ่งยอดขายที่เข้ามา มาจากสาขามากกว่า 50% ตามเป้าหมายของเราต้องการจะเพิ่มสัดส่วน Tip Lady เป็น 10% ของพอร์ตประกันรถยนต์หรือมีเบี้ยประกันภัยประมาณ 1,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี
      ดร.สมพรย้ำว่า เท่าที่เช็คการตอบรับของลูกค้าต่อผลิตภัณฑ์ Tip Lady มีความต้องการจะซื้อ Tip Lady โดยลูกค้าส่วนใหญ่ยังชื่นชอบฟีเจอร์ความคุ้มครองที่มีอยู่ แต่ประเด็นของ Tip Lady คือหากมีการพูดคุยกับลูกค้าจะสามารถปิดการขายได้ ดังนั้นต้องมีการพูดคุยสื่อสารกับลูกค้าให้มากขึ้น เฉพาะฉะนั้นสื่อที่ออกไปยังไม่อธิบายตัวผลิตภัณฑ์ ต้องทำให้สื่อออกไปเหมือนนั่งพูดคุยกับลูกค้า 

      
  ต้องมาดูสื่อการตลาดจะทำอย่างไรที่สื่ออกไปแล้วคนเข้าใจและตัดสินใจซื้อ ผมเชื่อว่าหลังจากปรับการสื่อสาร กระแสการตอบรับ Tip Lady หลังจากนี้จะมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฟีเจอร์ความคุ้มครองดี” 

      ดร.สมพรกล่าวว่า ปัจจุบัน ทิพยประกันภัยมีสาขาทั่วประเทศ 30 สาขา โดยบริษัทฯไม่มีนโยบายขยายจำนวนสาขาใหม่เพิ่มขึ้น แต่จะใช้ระบบสร้าง”Hub” หรือ”จุดขาย” ขึ้นแทนการเพิ่มสาขาซึ่งมีต้นทุนเยอะ โดยทุกจังหวัดจะมี “Hub” จังหวัดๆละ 1 แห่ง โดยรูปแบบของ” Hub” คือสำนักงานขายของตัวแทน นายหน้าที่ขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยเฉพาะของทิพยประกันภัยอย่างเดียว ซึ่งจะมีการขึ้นป้ายทิพยประกันภัยที่หน้าสำนักงานขาย โดยตัวแทน นายหน้ากลุ่มนี้จะเรียกว่า”Super Quality Agent:SQA ) ซึ่งบริษัทฯจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตกแต่งสำนักงานและระบบงานต่างๆ โดยตัวแทน นายหน้าที่จะเป็น SQA จะมีข้อตกลงด้านการผลิตผลงานถึงระดับหนึ่ง ซึ่งหลังจากปรับระบบเป็น SQA เห็นการเติบโตของเบี้ยประกันภัยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์