โตเกียวมารีน กรุ๊ปเดินเครื่องสยายปีกเอเชีย ปักหมุดอาเซียน สบช่องตลาดประกันภัยเมียนมาแนวโน้มเติบโต ทุ่ม 1,500 ล้านบาท จับมือ”เมียนมา อินชัวรันส์”ค่ายประกันภัยของรัฐบาลตั้งบริษัทร่วมทุนถือหุ้น 35% เผยอยู่ในขั้นตอนรอเมียนมาไฟเขียว แย้มกลยุทธ์เจาะลูกค้าญี่ปุ่น(J-Biz ) ค่ายรถยักษ์ใหญ่แห่ตั้งฐานผลิตในเมียนมา

       นายชินคิจิ ไมค์ มิกิ กรรมการผู้จัดการ โตเกียวมารีนเอเชีย เปิดเผยว่า โตเกียวมารีนอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาติรัฐบาลเมียนมาจัดตั้งบริษัทประกันวินาศภัยขึ้นในเมียนมา ซึ่งจะใช้ชื่อว่า” บริษัท จีจีจีไอ โตเกียวมารีน” ซึ่งเป็นบริษัทประกันวินาศภัยร่วมทุนระหว่างโตเกียวมารีนกับบริษัท เมียนมา อินชัวรันส์ บริษัทประกันภัยของรัฐบาลเมียนมา โดยโตเกียวมารีนจะถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว 35% ซึ่งเป็นสัดส่วนการถือหุ้นสูงสุดที่เมียนมาอนุญาตให้บริษัทประกันภัยต่างชาติถือได้ ซึ่งสัดส่วนการถือหุ้น 35% เท่ากับเงินลงทุนประมาณ 5,000 ล้านเยน(หรือประมาณ 1,500 ล้านบาท)

      "บริษัทร่วมทุนที่จะจัดตั้งขึ้นจะเป็น Private Company ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนรอทางการเมียนมาอนุญาต โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราคือกลุ่มเครือข่ายบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่ไปประกอบธุรกิจในเมียนมา(J-Biz )ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจญี่ปุ่นที่เริ่มเข้าไปลงทุนแล้วอาทิค่ายรถยนต์ เช่น ซูซูกิ มอเตอร์ , โตโยต้า มอเตอร์ที่เพิ่งประกาศอย่างเป็นทางการจะตั้งโรงงงานผลิตรถยนต์ขึ้นในเมียนมาจะเริ่มในปีหน้า ,ไฮลัก นอกจากตลาดกลุ่มธุรกิจญี่ปุ่นแล้ว อีกกลุ่มหนึ่งที่มองไว้คือตลาดท้องถิ่น หลักๆ ก็เป็นประกันภัยรถยนต์ที่มีเยอะมาก"

      ถามว่ามองแนวโน้มตลาดประกันภัยในเมียนมาอย่างไร นายมิกิกล่าวว่า แม้ว่าปัจจุบัน ตลาดประกันภัยเมียนมายังมีขนาดเล็กมาก โดยทั้งระบบมีเบี้ยประกันภัยประมาณ 8,000 ล้านเยนหรือประมาณ 2,400 ล้านบาท แต่เชื่อว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า เบี้ยประกันภัยในเมียนมาจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 100,000 ล้านเยนหรือประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยบริษัทฯมองเห็นโอกาสการขยายตัวของอุตสาหกรรมประกันภัยในเมียนมาในวันข้างหน้าจึงได้เข้าไปเปิดบริษัทร่วมทุนขึ้น

      นายมิกิกล่าวว่า นอกจากโตเกียวมารีนแล้ว ขณะนี้ยังมีบริษัทประกันชีวิตจากประเทศไทยแห่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทประกันชีวิตร่วมทุนขึ้นในเมียนมาเช่นกัน โดยใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยในเมียนมาก็เหมือนกับในประเทศไทยคือประกันวินาศภัยและประกันชีวิตแยกออกจากกัน ซึ่งปัจจุบัน กฎหมายของเมียนมาอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นในบริษัทประกันชีวิตได้สูงสุดถึง 100% แต่หากเป็นประกันวินาศภัย อนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นสูงสุดได้แค่ 35%

      นายมิกิกล่าวว่า ในปีนี้ทางโตเกียวมารีนยังไม่ได้มองประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียนที่จะเข้าไปลงทุนเพิ่มเติมอีก โดยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทฯก็เพิ่งเพิ่มทุนในบริษัทประกันภัยร่วมทุนในอินเดีย

      นายมิกิกล่าวว่า ภูมิภาคเอเชียเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญอย่างมากที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตของโตเกียวมารีนโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปัจจุบัน ธุรกิจประกันภัยของโตเกียวมารีนในภูมิภาคเอเชียยังมีสัดส่วนค่อนข้างเล็กอยู่ โดยสร้างรายได้ประมาณ 6% ของผลกำไรทั้งหมดที่ได้จากธุรกิจในต่างประเทศ( International Bussiness) โดยทางกรุ๊ปมุ่งหวังว่าธุรกิจประกันภัยของโตเกียวมารีนในภูมิภาคนี้จะมีการเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปีในอีก 10 ปีข้างหน้า

      ปัจจุบัน โตเกียวมารีน กรุ๊ปมีบริษัทประกันวินาศภัยทั้งหมด 9 บริษัทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมบริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด(มหาชน) ที่เพิ่งประกาศเข้าซื้อกิจการเมื่อปีที่ผ่านมาที่อยู่ระหว่างควบรวมกิจการเข้ากับบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัย(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) และบริษัทประกันชีวิตอีก 5 บริษัท

      โตเกียวมารีน กรุ๊ป เป็นบริษัทประกันภัยชั้นนำระดับโลกและเป็นบริษัทประกันวินาศภัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีประวัติยาวนานถึง 139 ปีซึ่งในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้จะเป็นวันครบรอบ 140 ปีในการก่อตั้งบริษัท ปัจจุบันมีบุคลากรรวมเกือบ 40,000 คน ครอบคลุมกิจการกว่า 450 เมืองใน 38 ประเทศทั่วโลก